วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ยาเสพติด

ยาเสพติด
                มีคุณพ่อเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้มาหา  และรายงานให้พ่อทราบเกี่ยวกับยาเสพติด  มีสัตบุรุษบางคนค้ายาเสพติด  บางคนเสพยา  จะทำอย่างไรดีเมื่อเขามาวัด  ร่วมพิธีมิสซา  และมารับศีลศักดิ์สิทธิ์
เป็นที่ทราบกันว่า  ยาเสพติดมีผลร้ายต่อผู้เสพ  และการร่วมขบวนการค้ายาเสพติด  เป็นสิ่งผิดกฎหมาย  รัฐบาลทุกสมัยพยายามดำเนินการปราบปรามและป้องกันเยาวชนของเรา  และรณรงค์ทั่วไป  เช่น  รักในหลวง  ห่วงลูกหลาน  ต้านยาเสพติด
สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย  ได้จัดประชุมและออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้  เมื่อวันที่  8  พฤษภาคม  พ.ศ. 2546  ว่า  ในฐานะที่รับผิดชอบด้านการศึกษาอบรม  และการแก้ไขปัญหาของสังคม  พระศาสนจักรจึงสนใจเป็นพิเศษต่อปัญหานี้  และการประกาศเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะร่วมมือกับรัฐบาล  เอาชนะการแพร่ระบาดของยาชนิดนี้
ได้มีข้อเสนอแนวทางในการปฏิบัติแก่ศาสนิกชนคาทอลิกไทย  4  ระดับ คือ  ระดับหมู่บ้านและชุมชน  ระดับวัด  ระดับโรงเรียน  และระดับกรรมการต่างๆ ในสภาพระสังฆราชฯ  เนื่องจากเนื้อที่มีจำกัด  จึงนำมาเสนอ  2  ระดับ  คือ 
1. ระดับหมู่บ้านและชุมชน
    1.1  ขอให้ร่วมกันสร้างหมู่บ้านและชุมชนให้เข้มแข็ง  สามารถป้องกันปัญหายาเสพติดได้  โดยที่ผู้นำชุมชนทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือและรับผิดชอบร่วมกัน  ทั้งกับองค์กรภาครัฐในทุกระดับ  เพื่อขจัดการแพร่ระบาดของยาเสพติด
    1.2  ขอให้ผู้นำชุมชนและหมู่บ้านจัดการพบปะเสวนาร่วมกันระหว่างสมาชิก  เพื่อช่วยกันกำหนดยุทธวิธีเอาชนะปัญหา  และติดตามดูแลมิให้สมาชิกในชุมชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด
    1.3  ขอให้ผู้นำชุมชนและหมู่บ้านได้ต้อนรับและเอาใจใส่ดูแลผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษาแล้ว  ให้มีโอกาสกลับคืนสู่ครอบครัว  ชุมชน  และดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข  เพราะบุคคลเหล่านี้คือพี่น้อง  และลูกหลานของเรา  อีกทั้งเป็นบุตรของพระเจ้า  มีเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน
    1.4  ขอให้ครอบครัวที่มีสมาชิกที่ติดยาเสพติด  ได้ใช้โอกาสนี้กลับเข้าหาพระเจ้า  เชื่อและวางใจในพระเมตตาของพระองค์  โดยเพิ่มความรักและความเข้าใจต่อสมาชิกให้มากขึ้น  เพราะเขาต้องการการให้อภัยและความเห็นใจ  เพื่อเป็นการเพิ่มกำลังใจให้เขาชนะความอ่อนแอ  จนสามารถเลิกยาเสพติดได้ในที่สุด
    1.5  ขอให้คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อครอบครัว  เป็นเจ้าภาพส่งเสริมและสนับสนุนให้สร้างครอบครัวอาสาสมัคร  เพื่อช่วยแก้ไขปัญหายาเสพติด  เช่น  การจัดกลุ่มครอบครัวเสวนา  เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์  การอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์  การจัดกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาและผู้ติดยา  ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพายาเสพติดอีกต่อไป
    2. ระดับวัด
      2.1  ขอให้พระศาสนจักรแต่ละท้องถิ่น  ให้ความสนใจ  ห่วงใยต่อผู้ที่ติดสารเสพติด  โดยเฉพาะยาบ้า  ซึ่งปัจจุบันนี้ได้มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง  และหากมีพี่น้องคริสตชนของเราเข้าไปเกี่ยวข้อง  ขอให้ช่วยเหลือพวกเขาอย่างเหมาะสม
      2.2  ขอให้พระสงฆ์  นักบวช  ในฐานะที่เป็นผู้นำในระดับวัด  ได้ดูแลเอาใจใส่  และเทศน์สอนเรื่องพิษภัยของยาเสพติดให้แก่คริสตชน  เพื่อหาแนวทางป้องกันในรูปแบบต่างๆ เช่น  จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านสิ่งเสพติดทุกชนิด, การฟื้นฟูจิตใจ  เป็นต้น
      2.3  ขอให้พระศาสนจักรแต่ละท้องถิ่น  จัดให้มีผู้ที่รับผิดชอบเรื่องการแก้ไขปัญหาสิ่งเสพติดในชุมชนวัด  และให้สมาชิกสภาอภิบาลของวัดเป็นแกนนำ  เพราะเป็นผู้รู้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในชุมชนและหมู่บ้านของตน
      2.4  ในกรณีที่คริสตชนเป็นผู้ค้ายาเสพติด  หรือเป็นมือปืนรับจ้างฆ่า  ไม่มีการกลับใจอย่างชัดเจนและแท้จริงก่อนเสียชีวิต  ให้งดการประกอบพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณปลงศพแก่บุคคลดังกล่าว
      3. ระดับโรงเรียน
        3.1  โรงเรียนคาทอลิกทั่วประเทศ  จะต้องทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด  เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกัน  ในการดำเนินนโยบายป้องกันปัญหายาเสพติด  โดยใช้รูปแบบที่เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่  พร้อมทั้งร่วมใจกับรัฐบาลที่กำหนดโครงการต่างๆ เช่น  “โรงเรียนสีขาว”  ของกระทรวงศึกษาธิการ  และ “โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ”  ของกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานด้านเอาชนะปัญหายาเสพติด
        3.2  นอกจากกิจกรรมที่กระทรวงฯ เสนอแนะแล้ว  ผู้บริหารโรงเรียนคาทอลิก  ควรสนับสนุนให้นักเรียนได้มีโอกาสศึกษาดูงาน  และสัมผัสเกี่ยวกับเรื่องการบำบัดผู้ติดยาเสพติด  หรือผู้ที่ต้องโทษเพราะคดียาเสพติด  เพื่อจะได้มีโอกาสเห็นและพูดคุยกับบุคคลเหล่านั้น  หรือจัดการรณรงค์ในรูปแบบอื่นๆ เช่น  ค่ายจริยธรรม  ค่ายยุวธรรมทูต  วาย.ซี.เอส  พลศีล  เป็นต้น
        4. ระดับคณะกรรมการฯ ต่างๆ ในสภาพระสังฆราชฯ
          4.1  ให้กรรมาธิการฝ่ายสังคมรับผิดชอบจัดทำแผนต่อเนื่อง  เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งเสพติด  โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด  (ป.ป.ส.)  กระทรวงยุติธรรม  และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง  อีกทั้งให้คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาเป็นผู้ประสานงานกับท้องถิ่น  ที่มีศูนย์สังคมพัฒนาทำงานกับชุมชนในแต่ละสังฆมณฑล
          4.2  ให้กรรมาธิการฝ่ายสังคมเป็นผู้จัดเก็บและรวบรวมข้อมูลตัวอย่างดีๆ ของบุคคลในหมู่บ้าน/ชุมชน  เพื่อเป็นบทเรียนที่เป็นรูปธรรมแก่ผู้สนใจแก้ไขปัญหายาเสพติด
          4.3  ให้ทุกคณะกรรมการฯ ภายใต้สภาพระสังฆราชฯ ได้ร่วมมือรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละคณะกรรมการฯ  ในประเด็นเรื่องสิ่งเสพติดนี้อย่างจริงจัง  และเกิดผล
          สำหรับในเขตวัดนั้นๆ คุณพ่อเจ้าอาวาสได้ประกาศกับคริสตชนด้วยว่า
          1. สำหรับผู้ค้ายาเสพติด  ห้ามเข้าวัดและรับศีลมหาสนิท
          2. สำหรับผู้เสพ  เข้าวัดได้แต่ห้ามรับศีลมหาสนิท
          จำเป็นที่เราต้องร่วมมือกันเพื่อความมั่นคงของประเทศ  โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน  ที่เป็นกำลังสำคัญของชาติครับ
          อ้างอืงจาก

          วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

          ปัญหายาเสพติด...ปัญหาระดับรากหญ้า...สู่ความมั่นคงของชาติ

          ในขณะที่หลายคนกำลังให้ความสำคัญกับปัญหาการเมืองไทแต่ปัญหาอีกประการที่หลายคนละเลยไปที่สร้างความรุนแรงในสังคมไม่แพ้ปัญหาการเมืองไทย นั่นก็คือ ปัญหายาเสพติด ปัญหายาเสพติดนับเป็นปัญหาสังคมที่มีความร้ายแรงระดับชาติ  ทุกสังคมชุมชนต่างได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติดในทุกวันนี้     คนจำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดในสังคมไทย แม้จะได้มีมาตรการป้องกันและปราบปรามผู้ลักลอบจำหน่ายและเสพยาเสพติด  แต่ก็ยังไม่สามารถขจัดยาเสพติดให้หมดไปได้  เนื่องจากเป็นขบวนการที่มีความซับซ้อน  นับวันปัญหายาเสพติดยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

          กล่าวได้ว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญยิ่งของประเทศไทย  เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาอื่น ๆ มากมายในประเทศ  ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงและขยายตัวมากขึ้นจากผลของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  ส่งผลให้โครงสร้างทางสังคมเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ขาดพลังและขาดความสมดุลในการพัฒนา  สถาบันหลักทางสังคมหลายสถาบันเกิดความอ่อนแอ เป็นช่องว่างทำให้ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น  ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดไม่ว่าจะเป็นนายทุนผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นำเข้า และส่งออกยาเสพติด อาศัยผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนำยาเสพติดทั้งที่มีอยู่เดิมและชนิดใหม่เข้ามา เผยแพร่ในหมู่ประชาชนในแต่ละกลุ่มซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

          ยาเสพติดเป็นปัญหาที่ เป็นภัยคุกคาม กัดกร่อน บ่อนทำลาย” ประเทศไทยส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางทั้งต่อปัจเจกบุคคล และสังคมส่วนรวมในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

          ผลกระทบต่อตัวบุคคล ยาเสพติดทุกชนิด จะมีผลกระทบโดยตรงต่อร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะด้านบุคลิกภาพและสุขภาพอนมัย ความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

          ผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม ครอบครัวที่มีผู้ติดยา มักได้รับความเดือดร้อนจากผู้ติดยาในทุกด้าน นำไปสู่ความยุ่งยาก ขัดแย้ง แตกแยก และสิ้นเปลืองในการแก้ปัญหา ผู้ติดยามักก่อให้เกิดอาชญากรรมต่อเนื่อง ตั้งแต่การเข้าไปเกี่ยวข้องกับแหล่งอยายมุข การลักเล็กขโมยน้อย การประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สิน การพนันและอาชญากรรมต่าง ๆ สำหรับผู้ค้าและหรือผู้เสพซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว เมื่อถูกจับกุมและดำเนินการทางกฎหมาย จะส่งผลกระทบให้สมาชิกภายในครอบครัวได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนที่อยู่ภายใต้การปกครองจะต้องออกจากโรงเรียน ซึ่งเป็นการทำลายอนาคตของประเทศชาติ  

          ผลกระทบต่อการบริหารจัดการภาครัฐ คดียาเสพติดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นภาระต่องานด้านกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายของรัฐที่เพิ่มสูง และทำให้การดำเนินคดีด้านอื่น ๆ เกิดความล่าช้า นอกจากนี้ ปัญหายาเสพติดได้ก่อให้เกิดการทุจริต คอรัปชั่น โดยเฉพาะการทุจริตต่อหน้าที่ การรับสินบน การกลั่นแกล้งรีดไถ แสวงหาผลประโยชน์จากผู้กระทำความผิดซึ่งทำให้ประชาชนและสังคมเกิดความไม่ศรัทธาและเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

          ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ  การผลิตและการค้ายาเสพติด จัดเป็นกลุ่มธุรกิจ และเศรษฐกิจนอกกฎหมายที่ไม่ก่อให้เกิดการผลิต แม้ว่าการค้ายาเสพติดบางส่วนจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้เมื่อมีการค้าขาย แต่ก็เป็นรายได้สำหรับคนบางกลุ่มที่กระทำผิดกฎหมายและเอารัดเอาเปรียบสังคม  ปัญหายาเสพติดทำให้รัฐบาลต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนมาก เพื่อใช้ในการป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษาและฟื้นฟู แทนที่จะนำไปใช้ในการด้านอื่นๆ ที่มีความจำเป็น ต้องสูญเสียทรัพยากรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโดยไม่จำเป็น รวมทั้งกระทบต่อทรัพยากรมนุษย์ เพราะยาเสพติดมีส่วนทำลายพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสมองของเด็กและเยาวชน และแรงงานที่จะเป็นพลังของประเทศไทยในอนาคต

          ผลกระทบต่อความมั่นคงและชื่อเสียงของประเทศ สาเหตุเนื่องจากปัญหายาเสพติดได้ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อบ้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งผลิตยาเสพติด การแพร่ระบาดของยาเสพติด จะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศไทยไม่เป็นที่ไว้วางใจของนานาชาติในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้ไม่กล้าเข้ามาท่องเที่ยวหรือลงทุนทางการค้า และธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้ประเทศคู่แข่งฉวยโอกาสในการโจมตีประเทศไทย

          มาตรการสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ บทบาทของสถาบันทางสังคมไทยในระดับรากหญ้า ซึ่งประกอบด้วย สถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน สถาบันโรงเรียน และสถาบันศาสนา เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหา

                         ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาระดับชาติ ดังนั้นการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดจึงมิใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือองค์การใดองค์กรหนึ่ง แต่หากเป็นหน้าที่ของทุกคนในชาติที่จะต้องร่วมมือ ร่วมใจกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การขจัดยาเสพติดให้หมดไปจากแผ่นดินไทยก่อนที่ชาติไทยจะตกเป็นทาสของ ยาเสพติด






          โดย วิ่งกระเตงฟัด
          อ้างอิงจาก 
          http://www.oknation.net/blog/print.php?id=350940